6927: So Close

posted on 01 Dec 2008 23:51 by blackberry

 

(011208)
บ่นก่อน:
แต่งด้วยความเมาแท้ๆ = =;
อากาศตอนกลางคืนหนาวมากกกกก ขนาดไม่ได้อยู่ลำปางมือยังสั่นงั่กๆ แทบไม่มีแรงจับเม้าส์ (ตลก!)
ยังไม่มีโปสเตอร์ประกอบค่ะ ยังไม่ได้ทำ 5555 ทำแล้วจะมาแปะเพิ่มม

สุขสันต์วันเกิดปีที่สิบหก
คุโรบินะ ณ อาซาวายเอสเค.

ฉันรักเธอ*

 

 



So Close - Jon McLaughlin - OST Enchanted

 

So Close
ใกล้
.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

จะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะได้ใกล้กันจริงๆ
ไม่ใช่ในฝันอันเลือนราง


      สัมผัสอ่อนนุ่มของผืนหญ้าสีเขียวมรกตเลื่อมพรายยามต้องแสงอาทิตย์ในวันฤดูร้อนให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่บนปุยเมฆบนสรวงสวรรค์...

      ร่างบางที่ยืนอยู่บนเนินเขาสีเขียวลูกเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนพบว่าทิวทัศน์รอบข้างราวกับอัญเชิญสวรรค์บน ฟากฟ้าลงมาประดิษฐานบนโลกจริงๆ...ผืนนภาสีครามสดใสเป็นฉากที่สมบูรณ์แบบ สำหรับกลุ่มเมฆขาวปุย และเป็นพื้นหลังที่ดูกลมกลืนกับแสงคิมหันต์สีทองสุกปลั่ง

      ลมฤดูร้อนที่พัดมาอย่างอ่อนโยนได้พาเอากลิ่นหอมจางของมวลมาลย์มาจากทุ่ง ดอกไม้หลากสีสันที่อยู่ไกลออกไป ราวกับลมนี้หอบเอาความรู้สึกอันหวานซึ้งมาให้คนที่ถูกรักได้รับรู้ พลางทิวไม้สูงก็ส่ายเอนราวกับเริงระบำ

       ฉันกำลังฝันไปหรือเปล่า...

      ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบๆ ทุ่งที่งดงามจนลืมหายใจ

      แล้วฉันมาที่นี่ทำไมกันนะ
      เมื่อครู่นี้ยังไม่ได้อยู่ 'ที่นี่' เลยนี่นา

      มือบางเลื่อนไปกุมบริเวณอกซ้ายที่ยังรู้สึกเจ็บแปลบๆ อย่างไม่รู้ตัว พลันเรียวขาก็ก้าวลัดผืนหญ้าไปยังต้นสนสูงตระหง่านกลางทุ่งหญ้าราวกับรู้ทาง น่าแปลกที่ต้นไม้ส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มกันเป็นทิวแถว แต่ต้นสนต้นนี้ดูท่าทางจะเป็นต้นที่รักสันโดษมาก กล่าวได้ว่าในรัศมีสิบแปดเมตร ไม่มีต้นไม้ใดเจริญเติบโตขึ้นแข่งกับต้นนี้เลย

      พอถึงหน้าหนาว ก็จะเหลือต้นสนที่ยืนเดียวดาย
      ราวกับไม่มีใครให้รัก ไม่มีใครที่ทำให้หัวใจอบอุ่น
      เหมือนกับหัวใจนี้ที่รู้สึกเจ็บปวดอยู่ทุกครั้ง

      ยิ่งเข้าใกล้ต้นสนเดียวดายนั่น ก็ยิ่งรู้สึกถึงร่มเงาที่แผ่ขยายใต้ต้นสนทำให้รู้สึกสงบเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก... สายลมฤดูร้อนหวนพัดมาอีกครั้ง พร้อมกับหอบเอาเสียงเครื่องสายที่คุ้นเคยมาด้วย

You're in my arms
And all the world is gone
The music playing on
For only two

So close together
And when I'm with you
So close to feeling alive


      เสียงกีตาร์ทุ้มหวานนั้นราวกับจะปลุกความทรงจำของผู้ฟังขึ้นมา


A life goes by
Romantic dreams must die
So I bid mine goodbye
And never knew

So close was waiting
Waiting here with you
And now, forever, I know
All that I want is to hold you
So close

        น้ำตาใสไหลรินจากดวงตาคู่สวยทันทีที่เข้ามาในอาณาเขตร่มเงาของต้นสน ด้วยดวงตาที่ร้อนผ่าวและรื้นน้ำ แลเห็นร่างสูงโปร่งประคองกีตาร์ด้วยท่าทางเหมือนศิลปินนักดนตรีชื่อดังก็มิปาน เรียวนิ้วดีดไปตามสายเกิดเป็นดนตรีที่ไพเราะที่สุด


So close to reaching
That famous happy end
Almost believing
This one's not pretend

Now you're beside me
And look how far we've come
So far
We are
So close...


      "มุ...คุ..."

      ร่างบางเอ่ยชื่ออีกฝ่ายอย่างยากลำบาก ก่อนจะทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง แม้น้ำตายังคงไหลริน แต่ดวงตากลับเป็นประกายอย่างเปี่ยมสุข

      เจ้าของเรียวนิ้วผู้บรรเลงบทลำนำเมื่อครู่หยุดกะทันหัน ดวงตาสองสีหันมาสนใจผู้มาเยือนที่ดูราวกับสิ้นสติไปแล้ว ก่อนอ้อมแขนที่เคยตระกองกอดเครื่องดนตรีสัญชาติสแปนิชจะเปลี่ยนมาโอบรับร่าง บางอย่างทะนุถนอม

      "วองโกเล่ครับ ผมเอง" ผู้ใช้มายาเอ่ยเสียงทุ้มพร้อมรอยยิ้มบาง

      "ไม่ใช่ฝันใช่ไหม ไม่ใช่ใช่ไหม...นายมีตัวตนจริงๆ ใช่ไหม..." สึนะสะอื้นถามอย่างโรยแรง

      มือคู่หนาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้านวลของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่ "อย่าร้องไห้ไปเลยนะครับ ผมอยู่ตรงนี้ คุณอยู่ตรงนี้ มีแค่เราที่อยู่ตรงนี้ ไม่มีโลกมาเฟีย ไม่มีมิลฟิลโอเล่ ไม่มีวองโกเล่ ไม่มีใครทั้งนั้น...

      ...มีแต่เราสองคนเท่านั้น"

      ร่างสูงกระชับกอดอีกฝ่ายพลางไล้เรือนผมสีน้ำตาลอย่างอ่อนโยน "ผมคิดถึงคุณนะ"

      พลันดวงตาคู่สวยก็ตวัดไปเห็นความผิดปกติบนร่างกายของวองโกเล่รุ่นที่สิบ บนเสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ควรจะไร้รอยราคีใดๆ แต่กลับมีสีกุหลาบที่แผ่วงกว้างจากบริเวณอกซ้ายมาแต่งแต้มเสื้อขาวจนดูน่าขนลุก

      "คุณไปทำอะไรมา?" มุคุโร่เอ่ยถามขึ้นช้าๆ

      "ฉัน...เอ่อ..."

      ยังไม่ทันที่สึนะจะตอบคำถาม มือหนาของอีกฝ่ายก็ฉวยผ้าขาวใกล้มือมาซับรอยสีสดนั้นออก แม้มันจะไม่ช่วยอะไรมากนัก แต่หัวใจของสึนะก็รู้สึกอบอุ่นและบรรเทาอาการเจ็บปวดขึ้นจนใบหน้านวลถึงกับระเรื่อขึ้นอย่างเอียงอาย "ฉัน...เอ่อ...ฉันคิดถึงนาย...ที่ผ่านมา นายไปอยู่ไหนมา"

      "เกิดอะไรผิดพลาดนิดหน่ิอย" มุคุโร่ตอบ "เอาเป็นว่่า เรื่องนั่นทำให้ผมกลับไปโลกที่คุณและผมเคยอยู่ไม่ได้แล้ว"

      นัยน์ตาสีสวยพลับหลุบต่ำลงราวกับรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจกับเรื่องผิดพลาดนั้น

      ร่างบางที่เคยนิ่งอยู่ในอ้อมกอดเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มว่า "แต่นายก็ทิ้งให้ฉันรอนายตั้งนาน นายเคยคิดถึงความรู้สึกของคนที่รอคอยมั้ยว่ามันเหงาจับใจแค่ไหน มันทรมานแค่ไหน คนที่คอยแต่คิดถึงนายที่หายไปนายรู้มั้ย"

      พร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดโตที่หลั่งรินอีกครั้ง

      ร่างสูงระบายลมหายใจยาวๆ ก่อนจะพูดช้าๆ ว่า "อย่างน้อยตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว...ผมสัญญา ต่อจากนี้ผมจะไม่จากคุณไปไหนอีกแล้ว จะมีแต่เราอยู่ด้วยกันนะ
      คุณคงเคยฟังนิทานมาเมื่อตอนเป็นเด็กๆ ที่หลังจากผ่านอะไรมามากมาย สุดท้ายเจ้าชายและเจ้าหญิงก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป ผม...ไม่สิ...เราก็จะเป็นอย่างนั้นนะ"

      มุคุโร่กระชับกอดเข้าแน่นอีก

      "Mi prega di fiducia (เชื่อผมเถอะนะ), ci sarà in eterno insieme (เราจะมีกันและกันตลอดกาล)"

      พลางประทับจุมพิตบนริมฝีปากบางของวองโกเล่รุ่นที่สิบอย่างอ่อนโยน ราวกับจะหยุดสายอัสสุชลที่หลั่งรินอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของอีกฝ่าย

      ณ เวลานั้น ดูเหมือนเวลาจะหยุดลงอย่างไม่มีสาเหตุ

      ให้มันคงอยู่ตลอดไป...

 

 

ได้ใกล้กัน
ดูเหมือนความจริงมากเลย
ตกลงนี่เป็นฝันหรือความจริงกันนะ

สัมผัส ณ ตอนนี้ นายดูมีเลือดเนื้อและความอบอุ่นจริงๆ
ไม่ใช่ไอเย็นเหมือนหมอกมายาที่จำแลงขึ้น
หวังว่าจะไม่ใช่ภาพลวงตาหรือจินตนาการไปเอง
และหวังว่าเราจะอยู่ใกล้กันอย่างนี้ตลอดไป

 
      "...บอส มือเย็นจัง เย็นไปทั้งตัวเลย"
      "แข็งใจไว้นะซือคุง ไม่เป็นอะไรนะ"
      "เลิกร้องไห้ได้แล้วโกคุเทระ สึนะต้องรอดสิ"

      "วองโกเล่รุ่นที่สิบ เขาจากไปแล้ว แต่หัวใจของเขายังอยู่ตรงนี้พร้อมกับทุกคน"
      "บอส ถ้าไม่มีบอส เราจะอยู่กันยังไง"
      "คุณสึนะ คุณทิ้งพวกเราไปได้ยังไงคะ!"
      "เจ้าสัตว์กินพืชนั่น...ไปซะแล้วเรอะ"
      "สึนะ นายเกลียดอะไรพวกเรา ทำไมต้องทิ้งพวกเราด้วย"
      "ฉันอยู่โดยไม่มีซือคุงไม่ได้นะ!"
      "ฮึก...ฮืออออ"


ได้ยินเสียงอะไรต่อมิอะไรมากมาย
กลัวจนไม่อยากเปิดตามองดู
เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น เกิดอะไรขึ้น
ทั้งที่อุตส่าห์ไม่เจ็บที่หัวใจแล้ว...


      "ถ้าไม่อยากมองเห็น ก็ไม่ต้องมองก็ได้นะครับ"
      ผู้ใช้มายายิ้มขึ้นก่อนจะพูดออกมา
      "หลับเถอะครับ ผมจะอยู่ใกล้ๆ คุณตรงนี้ตลอดไปนี่ล่ะ"
      มือหนาของร่างสูงกล่อมร่างบางเข้าสู่ภวังค์ก่อนจะขับบทเพลงครั้งสุดท้าย
      ซึ่งแม้ไร้สำเนียงเสียงเครื่องสาย แต่ก็เพราะจับใจเหลือเกิน


 We're so close to reaching
 
That famous happy end
 
Almost believing
This one's not pretend


หวังว่าภาพนี้จะไม่ใช่ภาพลวงตา
และจะอยู่ใกล้กันอย่างนี้ไปชั่วนิรันดร์
เหมือนนิทานในตอนสุดท้ายที่สุดท้ายเจ้าชายและเจ้าหญิงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปตลอดกาล


Let's go on dreaming
Though we know we are
So close
So close, and still
So far...


      ร่างบางพลันหลับลงสู่นิทราอันเป็นนิรันดร์
      จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว...
      แต่อย่างน้อยจะยังมีอีกคนที่คอยให้ฝัน
      ว่าอยู่เคียงข้างกันตลอดเวลา

      แม้ทุกอย่างจะดับสูญไป.

 

Stare vicino...
...per semper.