8018: Key of Heart

posted on 11 Oct 2008 23:41 by blackberry


บ่นก่อน: ใช้เวลาแต่ง รวมเวลารีไรท์ไปในตัว (เค้าพิมพ์ลงคอมก็รีไปในตัวด้วยอ่ะ) ตั้งแต่คืนวันที่ 7 ถึงคืนวันที่ 11 ตุลาคม นานมั้ยล่ะ? ฮ่าๆ
อ๊ะ อย่าแปลกใจ เราทำงานนี้ตอนดึกๆ เท่านั้นค่ะ =__=

// ความจริงคือมันยังฝนตกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แล้วเราจะแต่งช่วงคริสต์มาสทำไม ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แง่งๆ


แต่งให้เ็ป็นของขวัญวันเกิดเก่งล่ะ....(มันหาเรื่องอยากรีสกิลการเขียนนี่เอง อย่าใส่ใจ -_-)
เราไม่ได้แต่งอะไรนานพอสมควร ฉะนั้นถ้าสำนวนทื่อๆ สื่อความรู้สึกได้ไม่งดงามพอ หรืออะไรดูผิดพลาดไปก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ

อีกครั้ง, นางสาวฐาปณีขอกล่าวสุขสันต์วันเกิดให้นางสาวสุวิชาอีกครั้งค่ะ :)




ติดเครดิตไว้ก่อน ขี้เกียจขุด 555

    บางที
    การจะเปิดใจใครสักคน
    ก็คงไม่ต้องใช้อะไรมากมาย

    แค่หา 'กุญแจ' ที่จะไขประตูหัวใจให้เจอเท่านั้นก็พอ

    แล้วเราจะเปิดหัวใจนั้นด้วย 'กุญแจ' แบบไหนกันนะ?

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีขุ่นๆ

    อากาศที่เย็นลงอย่างต่อเนื่องเหมือนเป็นสัญญาณว่าหิมะกำลังจะตก

    ไม่เห็นเป็นอย่างที่พี่สาวนักพยากรณ์อากาศบอกเลยนี่นา...

    'วันนี้อากาศแจ่มใส เหมาะแก่การปิคนิคหรือเที่ยวเล่นนอกบ้านนะคะ ^_^'

    ปิคนิคบ้านเจ๊สิครับ...


    ร่างสูงเกยคางกับโต๊ะเรียนอย่างเซ็งๆ ในห้านาทีสุดท้ายของคาบสุดท้ายก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่...รู้สึกกังวลใจอย่างประหลาด

    จะทำยังไงดี ทำยังไงดี

    "ยามาโมโตะคุง ตั้งใจเรียนหน่อยสิ" เสียงใสๆ ของร่างเล็กที่นั่งห่างออกไปไม่กี่โต๊ะเอ็ดเข้า "จะเลิกคาบก็จริงแล้วน้า แต่ตั้งใจเรียนหน่อยสิ เราจะตั้งใจเรียนด้วยกันไง ลืมแล้วเหรอ"

    "หวา~ ขอโทษทีนะ" ดาวเบสบอลขยี้ตาก่อนจะพยายามนั่งตัวตรงทันทีที่เสียงออดดังขึ้น "อ๊ะ เลิกคาบแล้ว ดีจัง จะได้กลับบ้านแล้ว~~"

    ยามาโมโตะทำเสียงรื่นเริงขึ้นพลางลุกขึ้นยืนอย่างร่าเริง นักเรียนจำนวนมากตื่นขึ้นจากภวังค์และรีบเก็บข้าวของด้วยความเร็วสูง จึงไม่มีใคร - หรืออย่างน้อยก็นักเรียนหญิงคนไหน - สังเกตเห็นเจ้าของเรือนผมสีสว่างที่เดินอาดๆ ข้ามห้องมาหาดาวเบสบอลเลย

    "อะไรทำให้แกกระสับกระส่ายเหมือนคนลงแดงอย่างนี้วะ?" โกคุเทระ ฮายาโตะว่าขึ้น "แกเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย? มีอะไรที่แกสนใจมากกว่าเจ้ากรรมการรักษาระเบียบหน้าตายนั่นมั้ยฮึ?"

    ร่างสูงหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยิน 'ชื่อนั้น' แต่ก็กลับมายิ้มได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เอ้อ ใช่ ก็ดี ทุกอย่างก็..ก็ดีนะ" ยามาโมโตะตอบด้วยสีหน้าระรื่น โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าคนถามที่เจื่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด

    ...แกมีความสุขกับเขาก็ดีแล้วล่ะ...


    "เหรอ ถ้างั้นก็ดีสินะ" สึนะที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใส "ดีใจจังที่ยามาโมโตะของเรามีความสุข อา...ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะ คอร์สฝึกโหดนรกของรีบอร์นรอฉันอยู่น่ะ"

    หลังเสียงฝีเท้าเล็กๆ ของว่าที่รุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่แฟมิลี่ลับไปจากอาคาร สิ่งมีชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่ในอาคารเรียนนี้ก็ดูเหมือนจะมีเพียงแค่อัจฉริยะกับเจ้าบ้าเบสบอลเท่านั้น ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าครอบคลุมห้องเรียนในขณะที่ทั้งคู่เก็บอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋า ยามาโมโตะนั้นดูเหมือนจะไม่คิดอะไรไปมากกว่าการรีบกลับบ้านไวๆ ผิดกับอีกฝ่ายที่เงียบอย่างผิดสังเกต

    "โกคุเทระ ฉันกลับบ้านก่อนนะ" ดาวเบสบอลบอกลาเสียงใสก่อนจะผละออกจากห้องทันที ทำเอาโกคุเทระทำหน้าตกใจก่อนจะรีบร้องเรียกอีกฝ่ายไว้

    "ยามาโมโตะ! อย่าเพิ่งไปสิ"
    คนที่ถูกเรียกหยุดค้างอยู่ที่บันไดก่อนจะหันมาหาต้นเสียงที่วิ่งตามตนมาพลางหอบแฮ่กๆ "ฉัน...ฉันถามอะไรนายหน่อยได้มั้ย?"

    "หา? ได้สิ ถามมาเลย"

    "เอ่อ..." ร่างบางพิจารณาคำพูดอย่างระมัดระวัง "ฉันสังเกตนะว่านายดูซีดไปเลยเมื่อฉันพูดถึง 'เจ้าหมอนั่น' ฉันจะถามตรงๆ นะ: นายกับเขามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า?"

    ดาวเบสบอลนิ่งอึ้งเหมือนถูกสาปก่อนจะตอบเรียบๆ ว่า "ก็...เปล่านะ ไม่มีอะไร"

    "อย่ามาโกหกท่านฮายาโตะคนนี้นะเฟ้ย! เอาน่า มีอะไรก็อย่าเก็บไว้คนเดียวนะ เล่าให้ฉันหรือสึนะฟังก็ได้ อย่างน้อยฉันก็เป็นเพื่อนนายนะ"

    ...เป็นเพื่อนนาย...เป็นเพื่อนนาย...ไม่มีอะไรมากกว่านั้น...


    ร่างสูงชั่งใจก่อนเล่าให้ฟัง "ก็ได้...คือ...วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งเดือนที่...เอ่อ..ก็นะ แต่ช่วงนี้แทนที่เขาจะดูมีความสุข แต่กลับอารมณ์เสียยิ่งกว่าเก่าอีก แม้ว่าฉันจะอยู่กับเขาก็เหอะ เอ้อ แล้วก็ไม่ค่อยพูดอะไรเลยด้วย - ปกติก็ไม่พูดอยู่แล้วน่ะนะ"

    "อืม ปัญหานี้ทำเอาท่านฮายาโตะคิดหนักไปเลยนะ..."

    "ฮ่าๆ นายใช้คำศัพท์ตลกดีจัง~"

    "หุบปากไปเลยไอ้บ้าเบสบอล! ว่าแต่ นายเคยบอกรักเขาสักครั้งรึยังล่ะ?"
    ดวงตาสีเขียวหม่นของลูกครึ่งอิตาเลียนจ้องมองเจ้าของความสูงร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตรอย่างคาดคั้น ก่อนอีกฝ่ายจะเอ่ยปากตอบว่า "เอ่อ...ก็ไม่นะ...ไม่รู้สิ ฉันเชื่อว่าถ้าเป็นการกระทำล่ะก็ คงจะสำคัญกว่าการแค่พูดว่าฉันรักเขาแค่ไหน อีกอย่าง เขาคงไม่ชอบที่จะให้ฉันพูดอะไร...แปลกๆ...กับเขา แบบนั้น มั้ง"

    สโมกกิ้งบอมบ์ตบมือผาง "น่าน~ล่ะ! ว่ากันว่าระหว่างคนสองคน การที่จะเปิดหัวใจอีกฝ่ายได้จำเป็นต้องหากุญแจหัวใจที่ถูกต้องให้เจอก่อน แกรู้มั้ยว่ากุญแจนั้นคืออะไร?"

    "ก็รู้นะ..ฉันไม่เคยบอกเขาเลยตั้งแต่วันนั้น อันที่จริง ฉันอยากจะบอก แต่ไม่รู้จะบอกยังไง"

    "ก็อย่างว่านะ แกไม่เคยใช้กุญแจนั่นซะที หรืออย่างน้อยแกก็เจอกุญแจ แต่ไม่ใช่กุญแจที่ถูกต้อง...แกคิดว่าการกระทำอย่างเดียวก็คงสื่อความรู้สึกไปถึงหัวใจอีกฝ่ายได้ แต่นั่นไม่พอหรอกนะ การแสดงออกด้วยคำพูดก็จำเป็นไม่แพ้กัน แกคิดว่ายังไง?"

    "ฉัน...เอ้อ...ไม่รู้สิ ยังไงก็คิดว่าเขาคงพอใจให้เราต่างคนต่างอยู่กันมากกว่า"

    "แล้วแกจะคบกันทำไม"

    "นั่นสินะ.."

    "แก มันไม่ขำนะว้อย! อีกอย่าง แกบอกว่าวันนี้ครบรอบหนึ่งเดือน? ไปบอกเขาซะ ก่อนที่อะไรๆ มันจะสายเกินไปแล้วแกจะไม่มีโอกาสบอก"

    ...เหมือนที่ฉันรอให้แกบอก แล้วแกก็ไม่บอก...


    ร่างสูงนิ่งไปราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ของตนก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "นั่นสินะ นายก็พูดถูก ฉันไม่เคยบอกรักเขาเลย บางทีฉันอาจจะบอกนะ..."

    "แก 'ต้อง' บอกเขานะเฟ้ย!"

    "เออ 'ต้องบอก' ก็บอก ฮ่าๆ"

    "ดูแกชิลกับชีวิตจังเลยนะ"

    "ก็ฉันเป็นอย่างนี้ของฉันตั้งนานแล้วนี่นา"

    ยามาโมโตะหัวเราะอย่างร่าเริง ในขณะที่โกคุเทระกลับฝืนยิ้มราวกับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่

    "ไปบอกเขาซะ ก่อนที่มันจะสายเกินไป"

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    โรงเรียนนามิโมริดูเหมือนสถาปัตยกรรมที่ถูกทิ้งร้างในเวลาโพล้เพล้ ตึกสูงตระหง่านแลดูอ้างว้างและเศร้าสร้อยอย่างประหลาดเมื่อนักเรียนที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกลุ่มสุดท้ายออกจากตึกเรียนไป สายลมยามเย็นของฤดูหนาวที่พัดผ่านดูหนาวเย็นจับใจ ร่างสูงเคลื่อนที่ตัดสนามหญ้าเขียวขจีโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เจ้าของเงาผอมบางที่นั่งนิ่งราวกับเป็นประติมากรรมหินสลัก...

    ...งดงาม แต่แข็งกร้าว

    ดาวเบสบอลเคยเรียกขานหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบอย่างขำๆ หลังจากเย็นวันหนึ่งที่ฮิบาริเรียกประชุมคณะกรรมการรักษาระเบียบ - แน่นอนในห้องรับแขกที่ 'ยึดมา' - ท่าทางที่ดูนิ่งเฉยแต่แผ่รังสีอำมหิตกระจายไปทั่วห้องของผู้พิทักษ์แหวนเมฆาดูจะเป็นอะไรที่ทุกคนถือเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเขาไปแล้ว

    'ร่าเริงบ้างก็ได้นะฮิบาริ' เขาเคยเสนอครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า

    'หุบปากไปเลยไอ้บ้าเบสบอล!'

    ...เพราะเราไม่เคยบอกรักเจ้านั่นหรือเปล่านะ ถึงยังดูเฉยชาอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป...


    "เฮ้ ฮิบาริ!"

    ยามาโมโตะร้องเรียกอีกฝ่ายที่นั่งเหม่อมองภาพตะวันใกล้ลับขอบฟ้าอยู่อีกฝั่งของสนามหญ้า

    "กลับบ้านด้วยกันเถอะ"

    ไม่ต้องมีเสียงตอบรับหรือวัตถุขว้างปามาจากอีกฝั่งของสนาม ก็รู้ว่าคนถูกชวนตอบรับคำชักชวนนั้นเช่นทุกวัน

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    ตะวันคล้อยต่ำ
    ความมืดโรยตัวลงเหนือน่านฟ้านามิโมริ ทำให้บรรยากาศแถบชานเมืองดูอ้างว้างน่ากลัวอย่างประหลาด แต่ยังดีที่แสงไฟสลัวๆ ที่เคยประดับตามถนนในเมืองถูกตกแต่งใหม่อย่างสวยงามให้เข้ากับช่วงเทศกาลสิ้นปี โคมไฟจำนวนมากถูกจับไปประดับตามต้นไม้ใหญ่ๆ ในเมืองเหมือนเป็นที่พักพิงของหิ่งห้อยน้อยๆ นับร้อยพัน เป็นที่เจริญตาของชาวเมืองที่เดินผ่านไปผ่านมา...

    'ว่ากันว่าในเมืองน่ะสวยมากนะ! หิ่งห้อยพวกนี้จะสวยขึ้นเป็นสิบๆ เท่าเลยล่ะ!' เสียงของสึนะดังขึ้นในห้วงคำนึงของดาวเบสบอล

    'พอได้เห็นไฟประดับส่องสว่างในตอนกลางคืนนะ รู้สึกว่าไม่อยากจะกลับบ้านเลยล่ะ' ร่างเล็กเล่าให้ผู้พิทักษ์แหวนวรุณและวายุฟังด้วยน้ำเสียงมีความสุขในคาบพักบนดาดฟ้าตามปกติ 'สวยจนลืมตัวไปเลย ฮ่าๆ อยากให้พวกนายไปเห็นบ้างจัง'

    'ว้าว! ยอดไปเลย ท่านรุ่นที่สิบได้มีโอกาสไปเห็นอะไรสวยๆ งามๆ อย่างนั้นถือว่าโชคดีจัง ว่าแต่รุ่นที่สิบไปคนเดียวเหรอครับ? ปกติรุ่นที่สิบไม่ออกจากบ้านคนเดียวตอนกลางคืนนี่นา?'

    'เอ่อ...' สึนะยิ้มอย่างลังเล พลันดวงหน้าก็ระเรื่อขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ'ความจริง...วันนั้นมีคนไปกับผมด้วยน่ะ ก็...เอ้อ เอาเป็นว่าอย่าใส่ใจดีกว่านะ! รีบกินข้าวกันต่อดีกว่า'

    ...คงต้องสวยมากแน่ๆ วันหลังไปกับพวกสึนะดีกว่า...


    ร่างสูงคิดอย่างครึ้มใจพลางมองไปยังอีกร่างที่เดินลิ่วๆ ไปหน้าแล้ว...ถึงจะพูดว่า 'กลับบ้าน' พร้อมกัน แต่กลายเป็นว่าเขามักจะเดินตามหลังด็กหนุ่มคนนี้เสมอ

    ฮิบาริชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบเดินตามใครหรือเดินพร้อมกับใคร ฮิบาริไม่ชอบสุงสิงกับใคร...


    นั่นคือหนึ่งในเรื่องที่เขาเรียนรู้เกี่ยวกับ 'คนรัก' ของตนตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ

    'ว่ากันว่าในเมืองน่ะสวยมากกว่านี้อีกนะ!'


    เสียงของสึนะที่ย้ำความงดงามของบรรยากาศในเมืองยังแจ่มชัดอยู่ในโสตประสาท

    'ไปบอกเขาซะ ก่อนที่มันจะสายเกินไป'

    คำพูดของโกคุเทระย้ำเตือนสติให้ห้วงคำนึง

    ยามาโมโตะถอนหายใจ และแล้วเขาก็ตัดสินใจคว้าเอาโอกาสสุดท้ายของตนอย่างทันท่วงที ก่อนที่ฮิบาริจะหายลับตาไปในมุมตึกสีขาวข้างหน้า

    "ฮิบาริ ไปเดินเล่นในเมืองกันมั้ย?"

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    แล้วยามาโมโตะก็ได้เห็นกับตาว่า 'หิ่งห้อย' ในเมืองสวยงามแค่ไหน...

    ในยามที่ตะวันลับขอบฟ้าไปเรียบร้อย ฉากหลังของละครโรงใหญ่ที่เรียกว่าท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีเป็นสีดำนิลเช่นกัน คืนนี้เป็นคืนไร้จันทร์ ประกอบกับเมฆหนาเมื่อช่วงกลางวันจู่ๆ ก็อันตรธานหายไปราวกับเล่นกล ทำให้ดวงดาวบนฟ้าพากันฉายแสงอวดตนได้อย่างเต็มที่ แสงระยิบระยับของหมู่ดาราดูเหมือนกับประกายวูบวาบจากเพชรพลอยเลอค่าที่ประดับอยู่บนพื้นกำมะหยี่สีเข้ม ดูทางช้างเผือกสีขาวที่พาดผ่านซีกโลกใต้ก็ส่องแสงสวยงามเหมือนสร้อยคอเพชรเป็นแผงของสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ ประกอบกับสายลมกลางฤดูหนาวที่หอบเอาไอเย็นมาเรื่อยๆ ก็ทำให้ทั้งหมดเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับภาพใจกลางเมืองนามิโมริที่ประดับประดาไปด้วยดวงไฟหลากสีสัน

    เครื่องประดับตกแต่งแสนสวยถูกแขวนแสดงที่หน้าร้านราวกับกำลังประชันความงามของร้านค้าแต่ละแห่ง ตามถนนมีแต่ชาวเมืองที่ดูมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเด็กตัวน้อยที่มีความสุขกับของขวัญคริสต์มาสล่วงหน้า คู่หนุ่มสาวที่กำลังจะไปดูภาพยนตร์รอบพิเศษ พ่อแม่ที่เตรียมตัวไปอิ่มเอมกับมื้อค่ำสุดหรู หญิงชราที่พอใจกับความสุขของหลานรัก...และที่ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชนคือต้นสนขนาดใหญ่ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ประดับประดาไปด้วยสารพัดของตกแต่งตามความเชื่อแบบตะวันตก ทั้งลูกแอปเปิลประดิษฐ์ ลูกบอลคริสต์มาส สารพัดตุ๊กตาที่ราวกับยกขบวนมาจากเมืองตุ๊กตาในฝันของเด็กหญิงสักคน เทพธิดาในชุดกระโปรงระบายตัวน้อยๆ ดาวหกแฉกส่องสว่างอยู่ที่ยอดไม้ และที่ขาดไม่ได้คือไฟประดับสีสันสวยงามพร่างพราวไปทั่วต้นสน ราวกับเป็นบ้านอันหรูหราของหิ่งห้อยนับร้อยนับพันก็มิปาน

    "สวยอย่างที่สึนะว่าจริงๆ" ดาวเบสบอลตะลึงในความงดงามเบื้องหน้าที่ดูกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์เรื่อง Polar Express "ไม่ยักรู้ว่านามิโมริก็สนใจจัดเทศกาลใหญ่ๆ แบบนี้ด้วย เนอะฮิบาริ?" ร่างสูงหันไปหาอีกคนที่ 'เดินทางมาด้วยกัน' แต่กลับได้รับคำตอบเป็นสีหน้าที่เย็นชาบอกบุญไม่รับเอาซะเลย

    "ฉัน-เกลียด-คน-เยอะๆ" ร่างบางกระซิบเสียงต่ำที่เจือความอาฆาตแค้นขั้นรุนแรง "ฉันกลับล่ะ..."

    ร่างสูงหน้าเจื่อนลง รู้ตัวว่าละเมิดกฎข้อสำคัญของการอยู่ร่วมกันกับพ่อกรรมการรักษาระเบียบคนนี้ไปเสียแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มสู้พลางชักชวนอีกฝ่ายอย่างร่าเริง "เหอะน่า~ อุตส่าห์ได้มาเห็นนามิโมริดาวน์ทาวน์ในช่วงสวยๆ แบบนี้ทั้งที่ ปีหน้าอาจจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้วน้า"

    แต่ก็มิได้นำพาให้อีกฝ่ายคล้อยตาม ตรงกันข้าม ฮิบาริกลับกระชากเสียงกลับว่า "ถ้าแกคิดจะรบกวนเวลาของฉันด้วยการชวนมาเที่ยวเล่นไร้สาระแบบนี้ก็เลิกคิดซะ เจ้าพวกสัตว์กินพืช" ก่อนจะกระแทกเท้าเดินกลับไป

    ร่างสูงหรี่ตาลงก่อนจะเข้าไปคว้าข้อมือบางของอีกฝ่ายไว้ "ฮิบาริ ฉันขอโทษที่พานายมาในสถานการณ์ที่นายไม่ชอบแบบนี้ แต่ แต่...เราไม่เคยออกมาด้วยกันเลยไม่ใช่เหรอ? แล้ววันนี้ก็วันครบรอบหนึ่งเดือนของเราด้วย ถือว่าออกมาฉลองอะไรแบบนั้นแล้วกันนะ"

    "อ้อเหรอ ฉันลืมมันไปแล้วล่ะ" อีกฝ่ายเชิดใส่ ราวกับไม่เห็นความสำคัญ

    "นะนะ นะฮิบารินะ " แม้ยามาโมโตะจะพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง แต่แววตาที่ปิดไม่มิดว่าผิดหวังฉายแสงเศร้าสร้อย พอๆ กับรอยยิ้มที่ดูแฝงความเศร้าไว้จนแทบจะเอ่อล้นออกมา ทำเอากรรมการรักษาระเบียบหยุดนิ่งพลางพิจารณา...น้ำเสียงของหมอนั่นไม่ได้เป็นการขู่บังคับ แต่เป็นการขอร้องอย่างอ่อนโยนที่สุด ร่างสูงกะพริบตาช้าๆ อย่างงุนงงเมื่ออีกฝ่ายระบายลมหายใจยาวๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า "เออ ก็ได้ ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ"

    แล้วดาวเบสบอลก็ยิ้มออก

    ...ครั้งนี้นะ ฉันจะหากุญแจนั่นให้เจอ...


    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    ในเวลาต่อมา ทั้งสองก็มานั่งอยู่ในคาเฟ่สุดเก๋กลางแจ้งแห่งหนึ่ง ที่สามารถมองเห็นต้นคริสต์มาสต้นยักษ์นั่นได้ เด็กสาวหน้าถมึงทึงในชุดกระโปรงระบายเรียบร้อยขัดกับบุคลิกเดินเข้ามาประชิดทั้งคู่ทั้งที่ยังไม่ทันนั่งที่โต๊ะ และจ้องมองพวกเขาเขม็งก่อนจะส่งรายการเครื่องดื่ม

    "หวา เธอต้องโกรธเราแน่ๆ เลย" ยามาโมโตะว่าขึ้นอย่างกลัวๆ แต่ฮิบาริกลับเพียงยักไหล่เล็กน้อย

    "ผู้หญิงงี่เง่า" เขาจบแค่นั้น

    สักพัก เด็กสาวอีกคนที่ดูเป็นมิตรกว่าคนแรกก็เดินเข้ามาพร้อมถามอย่างสุภาพถึงเครื่องดื่มที่ต้องการ

    "ผมลาเต้ที่นึงครับ" ดาวเบสบอลบอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริง "ฮิบาริจะเอาอะไรเหรอ เลือกเลยนะ วันนี้ฉันจ่ายเอง"

    "จะเอาน้ำเปล่า -_-"

    เด็กสาวตรงหน้ายิ้มอย่างอ่อนโยน "ถ้าต้องการน้ำเปล่าก็คงต้องสั่งน้ำแร่ที่ขายเป็นขวดน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าจะรับมั้ยคะ?"

    "ก็จะกินน้ำเปล่าน่ะ ไม่เอาแบบน้ำแร่ด้วย"

    บริกรสาวไม่ว่าอะไร เพียงยิ้มละไมอย่างอ่อนหวาน ฮิบาริระบายลมหายใจยาวๆ ก่อนจะเอ่ยถามว่า "งั้น...อะไรในร้านนี้ที่แพงที่สุดเหรอ?"

    อีกฝ่ายดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที "อ้อ ชา...ชาขาวค่ะ! ชาขาวของเรานำเข้าจากยอดเขาในจังหวัดฟูเจี้ยนของจีน คัดเลือกพิเศษเฉพาะใบอ่อนที่สุดและผ่านขั้นตอนการเก็บรักษาอย่างพิเศษที่สุดเลยนะคะ ชาขาวของเราถือเป็นเครื่องดื่มพิเศษที่ทางร้านขายเพียงวันละสามชุดนะคะ อา..ไม่ทราบว่าจะรับมั้ยคะ?"

    "เอามาเลยแล้วกัน" ฮิบาริคลี่รอยยิ้มบางๆ ที่ดูมีเลศนัยอย่างแปลกๆ หลังจากเด็กสาวเดินกลับเข้าไปที่บาร์ ในขณะที่ยามาโมโตะนั่งเหงื่อแตกซิกๆ ท่ามกลางสายลมฤดูหนาวที่พัดโชยมาเรื่อยๆ

    ก็จะไม่ให้กลัวว่าจะต้องล้างจานยังไง ชาขาวที่เห็นจากเมนูแวบๆ เมื่อกี้ราคาเฉียดพันเยนเชียวนะ

    ในขณะที่เขามีเงินติดตัวเพียงห้าร้อยเยนเศษๆ

    แล้วยังเสนอหน้าไปจ่ายให้เขาอีก

    งานเข้าแล้วไง...

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    "ฮ่าๆ ชาขาวชุดเดียวแต่กลับราคาสูงเท่ากับซีดีเพลงแผ่นนึงเลยนะ" ยามาโมโตะกล่าวขึ้นขณะเดินไปตามถนนที่ประดับประดาด้วยโคมไฟสว่างไสว "ทำเอาเกือบหมดตัวแน่ะ ถ้าฮิบาริไม่ช่วยไว้มีหวังฉันได้ล้างจานแน่ๆ เลย"

    ต้องขอบคุณในความเป็นหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบที่ดูเหมือนจะทำให้เจ้าของร้านสะดุ้งสุดตัว และแทบจะถวายหัวให้พ่อคุณกันเลยทีเดียว แค่ 'คุณท่าน' ประสงค์สิ่งใด พนักงานในร้านก็แทบจะหามาใส่พานตั้งให้เลย กับแค่ 'คุณท่าน' ให้เขียนบิลไปเรียกเก็บกับฝ่ายธุรการโรงเรียนนามิโมริ แค่นี้ทำไมจะทำให้ไม่ได้

    ...อา ช่างเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลจริงๆ...


    "เรื่องเล็กๆ" ร่างบางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

    ยามาโมโตะหัวเราะร่า แต่ทว่าในใจกลับกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

    ...อา จะพูดแบบไหนดี...

    ...จะใช้กุญแจแบบไหนเปิดหัวใจหมอนั่นได้นะ...


    "ฮิบาริ ไปดูต้นคริสต์มาสใกล้ๆ กันนะ"

    อีกครั้งที่คนถูกชวนเพียงระบายลมหายใจช้าๆ แต่ก็ยอมเดินไปด้วย - แน่นอนว่ายังเว้นระยะห่างกันอย่างน้อยสิบสองก้าว - เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบความจริงที่ว่ายิ่งเข้าไปใกล้เพียงใด ต้นสนที่มีแสงพราวเต็มต้นนั้นก็ยิ่งดูสวยจนน่าตะลึงเท่านั้น และเมื่อพิจารณาใกล้ๆ ก็พบแถบกระดาษหลากสีที่แขวนไว้ตามกิ่งก้านของต้นสน

    "นี่มันกระดาษเหมือนที่ไว้เขียนขอพรทานาบาตะเลย" ร่างสูงอุทานอย่างแปลกใจ "น่าแปลกแฮะ ขอพรแบบนี้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็ได้ด้วย ลองขอดูดีกว่า...ฮิบาริ เอาปากกามั้ย?"

    "ฉันมีของฉันเอง" อีกฝ่ายเอ่ยเบาๆ พลางหยิบปากกาหมึกซึมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "ลองดูว่าวัฒนธรรมของเจ้าพวกสัตว์กินพืชพวกนี้จะเป็นยังไง" มือเรียวเลือกกระดาษที่ใกล้ตัวที่สุดก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษเร็วๆ และเอาไปแขวนคืนไว้บนกิ่งด้วยท่าทีสบายๆ ในขณะที่ดาวเบสเบลที่มือลากคำอธิษฐานไปกลับกำลังหัวปั่นสุดขีดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    ...จะบอกยังไงดี...


    ร่างสูงจัดแจงแขวนกระดาษคำอธิษฐานก่อนจะหันหน้ามาหาอีกฝ่าย

    ...ฟังฉันด้วยนะ...


    "ฮิบาริ เคียวยะ"

    "?"

    "ฉันอาจจะไม่เคยบอกนายตั้งแต่วันนั้น แต่ก็ให้รู้ไว้นะ ว่าที่ฉันจะพูดไป มันคือสิ่งที่...ฉัน...เอ่อ...ฉันรู้สึกมาตลอด

    ฉันน่ะ ฉัน..."

    จู่ๆ ยามาโมโตะก็เกิดพูดไม่ออกขึ้นมา ความหวาดหวั่นเข้าเกาะกุมที่ขั้วหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

    ...ตายล่ะ เจ้าหมอนั่น...


    ใบหน้าของอีกฝ่ายยังเรียบตึงราวกับไม่ได้ยินอะไร "ถ้าแกไม่มีอะไรจะพล่ามอีก งั้นฉันจะไปล่ะ เสียเวลา" ร่างบางกล่าวขึ้นอย่างไร้อารมณ์ แต่น้ำเสียงกลับดูสั่นเครืออย่างประหลาด ดวงหน้าใสวูบไหวก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับเพียงให้สายลมได้ยินเท่านั้น

    "แค่บอกง่ายๆ ก็ได้ ไม่ต้องว่าอะไรยืดยาว รู้มั้ยว่าฉันรอให้แกบอก แล้วแกก็ไม่บอกซะที..."

    ร่างสูงหน้าซีดลงทันที รู้ว่าโอกาสสุดท้ายของตนกำลังจะหลุดลอยไปกับสายลม...ไม่นะ ฉันไม่ได้อยากให้มันจบแบบนี้ซะหน่อย...

    'การที่จะเปิดหัวใจอีกฝ่ายได้จำเป็นต้องหากุญแจหัวใจที่ถูกต้องให้เจอก่อน...'

    'แค่บอกง่ายๆ ก็ได้ ไม่ต้องว่าอะไรยืดยาว'


    เสียงของโกคุเทระดังขึ้นมาในห้วงคำนึง ยามาโมโตะหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

    ...ฉันเจอมันแล้วล่ะโกคุเทระ ฉันคงต้องใช้มันซะที...


    ดาวเบสบอลวิ่งตามฮิบาริไปก่อนจะคว้าลำแขนบางของอีกฝ่าย "ฮิบาริ ฟังฉันนะ ฉันรักนาย ฮิบาริ"

    ณ เวลานั้น ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งกะทันหัน...

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    แม้กาลเวลาเองก็ดูเหมือนจะหยุดเลื่อนไหลไปตามกระแสของจักรวาล

    ทั้งเอกภพนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงแต่เขาและฮิบาริเท่านี้ที่ยังมิได้หยุดนิ่งไปตามสรรพสิ่งอื่นใด

    เวลานั้นช่างเนิ่นนานในความรู้สึก ราวกับชั่วกัลปาวสาน...ก่อนอีกฝ่ายจะระบายลมหายใจช้า "แค่นี้ใช่มั้ยที่เป็นเหตุผลที่นายลากฉันออกมา"

    แม้ไม่ต้องพิจารณาให้ละเอียด ก็เห็นได้ว่าดวงตาสีเข้มคู่สวยของกรรมการรักษาระเบียบกำลังสั่นไหวอย่างเปี่ยมสุข รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนดวงหน้านั่นก็ไม่ใช่รอยยิ้มเหยียดๆ ตามปกติ แต่เป็นรอยยิ้มที่มีความสุข รอยยิ้มที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริง

    ...ขอบคุณนะ ขอบคุณนะ คำที่ฉันรอมานาน...


    เป็นครั้งแรกที่ยามาโมโตะได้เห็น - และเขาเองก็ยังเป็นคนแรกอีกด้วย - ที่ได้รู้ว่าคนเบื้องหน้ามีความสุขที่เกิดแต่รักที่สมหวังมากเพียงใด

    "ฮิบาริ ให้ฉันทวนซ้ำมั้ยว่าฉัน-"

    "หุบปากซะไอ้บ้าเบสบอล" ฮิบาริห้ามไว้ แต่น้ำเสียงดูรื่นเริงกว่าเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันรู้แล้ว แกเข้าใจมั้ย"

    พลางร่างบางก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างงดงาม

    ทำให้อีกฝ่ายก็ยิ้มได้อย่างมีความสุขเช่นกัน

    ...ฉันหากุญแจที่จะเปิดหัวใจหมอนั่นเจอแล้วล่ะ...

    ...และฉันก็เปิดมันได้แล้ว...


    ณ เวลานั้นเอง หิมะขาวปุยก็โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าที่ไร้เมฆโดยไม่รู้สาเหตุ...

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    ...ราวกับท้องฟ้ากำลังอวยพรให้พวกนายเลยสินะ


    ลมหายใจที่เริ่มเป็นฝ้าขาวของชายในมุมมืดสื่อออกมาอย่างนั้น

    ซึ่งหากยามาโมโตะและฮิบาริสังเกตเล็กน้อย ที่มุมของคาเฟ่เดียวกับที่ทั้งสองเพิ่งจากมาก เจ้าของเรือนผมสีสว่างยกถ้วยชาถ้วยโตขึ้นจิบเอิร์ลเกรย์ช้าๆ พลางจับตามอง 'เพื่อนสนิท' ของตนและ 'คนรักของเพื่อนสนิท' อย่างไม่วางตา

    ...หากุญแจนั่นได้ทันเวลาสินะยามาโมโตะ...

    ...มีความสุขมากๆ นะพวกนาย...

    พร้อมทั้งหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผละออกจากคาเฟ่ไปทันที โดยไม่ลืมทิ้งค่าเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ ท่ามกลางหิมะขาวที่โปรยปรายลงมาอย่างอ่อนโยน


    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    Special Part:


    'ฮิบาริรู้มั้ยว่าฉันอธิษฐานขออะไร'

    'ใครจะไปรู้ล่ะเจ้าสัตว์กินพืช'

    'ฮ่าๆ นายนี่ตลกดีจัง...ฉันน่ะนะ ขอให้ทาเคซูชิเจริญๆ ขอให้ได้ลงเล่นในทีมทันช่วงแข่งฤดูใบไม้ผลิ ขอให้...'

    'ไร้สาระทั้งนั้น พวกมนุษย์'

    'แต่ยังมีอีกนะ..ฉันน่ะ ฉันขอให้ฉันรักฮิบาริไปนานๆ ล่ะ ฮ่าๆ รู้มั้ยฉันเคยคิดว่า ให้ฉันรักฮิบาริข้างเดียวอย่างนี้ไปตลอดก็ได้ ฮิบาริไม่ต้องสนใจหรือรักฉันก็ได้'

    'ซื่อบื้อ'

    'แล้วฮิบาริอธิษฐานว่าอะไรเหรอ?'

    'ฉัน..ขอให้..ฉันกับแก...ขอให้เราเป็นอย่างนี้ตลอดไป...'

    ร่างบางกระซิบตอบเบาๆ ก่อนจะเอนตัวลงไปซบไหล่อีกฝ่ายท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายราวกับท้องฟ้ากำลังอวยพรทั้งคู่อย่างด้วยความรักที่อ่อนโยน

    merry early christmas...