8059: A Rainy Moment
posted on 31 Mar 2009 21:08 by blackberry
(31032009)
บ่นก่อน: ตอนที่แต่งอากาศร้อนราวกับอยู่ในเตาอบ
แทบจะละลายตายติดโต๊ะในศูนย์อาหารแล้วค่ะ
แต่ตอนที่เริ่มพิมพ์เหมือนฝนจะตกพายุจะเข้า
คิดว่าจะสร้างอารมณ์ซะหน่อย เดินหนีไปแป๊ปเดียวก็กลับมาร้อนเหมือนเดิมแล้ว
แอร๊ยยยยยย อากาศเมืองไทยมันจะอะไรกันนักกันหนาเนี่ยยย
Note;
This is a Birthday Tribution to mhaimaimai ♥
Mentioned characters and the series itself: Katekyo Hitman Reborn © Akira Amano
ขอให้ทุกวันเป็นวันที่...เอ่อ...ฝนตกพายุเข้า :P
มีความสุขมากๆ ค่ะ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
A Rainy Moment ☂
Reborn FanFiction: Yamamoto Takeshi x Gokudera Hayato
บางครั้งเรื่องดีๆ ก็เกิดขึ้นในสภาพอากาศที่ไม่น่าเป็นไปได้
เธอว่าอย่างนั้นมั้ย?
ครืน ครืน...
ซ่า........
"โธ่เว้ย ฝนตกอีกแล้วว่ะ"ใครบางคนครางขึ้นหลังคาบเรียนสุดท้ายของวันจบลงพร้อมกับครูประจำวิชาที่หายตัวไปจากห้องเรียนทันทีที่กระดิ่งดังขึ้น...จะบ่นไปให้โง่ทำไมเล่า หน้าฝนก็ต้องมีฝนตกสิ
ถ้าหน้าฝนมีหิมะตกก็คงจะแปลกพิลึก
"โชคดีนะเนี่ยที่เตรียมร่มออกมาด้วย" ยามาโมโตะนึกในใจพลางขอบคุณเซนส์ของ 'วรุณ' ที่สามารถทำนายสภาพอากาศเปียกชื้นได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องเดินตัวเปียกกลับบ้านในวันฝนตกเช่นคนอื่น และไม่ต้องแบกร่มมาให้หนักในวันแดดจ้าจนเหงื่อท่วมเหมือนตัวเปียกฝน
แต่เจ้า 'วายุ' นั่นจะเป็นยังไงนะ....
ดวงตาสีนิลหันไปสนใจเจ้าของเรือนผมสีเงินยวงที่ดูเหมือนจะเผชิญวิกฤติทางสภาพอากาศขั้นร้ายแรง.. เด็กสาวหลายคนยื่นข้อเสนอวิธีกลับบ้านอย่างปลอดภัยและแห้งสนิทให้เจ้าหมอนั่น แต่ก็ไม่ได้นำพาความสนใจของผู้พิทักษ์แห่งวายุแม้แต่น้อย จนสาวๆ เหล่านั้นยอมแพ้และจากไปแต่โดยดี
"จะกลับบ้านยังไงดีนะ..." โกคุเทระพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัวเมื่อร่างสูงเข้าประชิดตัวพลางร้องขึ้นอย่างร่าเริง
"เฮ้! ว่าไง วันนี้กลับบ้านยังไง?"
"เรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องของนาย" ร่างบางว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
แต่อีกฝ่ายกลับเพียงยิ้มอย่างมีเลศนัย "นี่ ฉันรู้นะว่าวันนี้นายไม่ได้เอาร่มมา ในเมื่อเราก็กลับบ้านทางเดียวกันอยู่แล้ว อืม...ฉันว่า ถ้าฉันอนุญาตให้นายแชร์ร่มกับฉัน มันก็น่าจะดีกับนายนะ"
...ไอ้บ้าเจ้าบทเจ้าความ...
โกคุเทระหรี่ตาลงอย่างไม่ชอบใจก่อนถามว่า "ทำไมนายคิดว่าฉันควรจะกลับบ้านกับนาย?"
ยามาโมโตะทำท่าดันกรอบแว่นตา (ที่ไม่มีอยู่จริง)ให้เข้าที่ก่อนจะสาธยายเหตุผลที่เมกเอาสดๆ "ข้อแรกนะ สมุดหนังสือรวมถึงตัวนายจะเปียกไปหมด ซึ่งจะทำให้นายทำการบ้านไม่ได้
แล้วสามารถโยงไปข้อสองที่อาจทำให้นายป่วยเป็นไข้ นอนซมอยู่บ้านลุกออกมาเรียนไม่ไหว ถึงนายจะเก่งยังไง แต่คะแนนการเข้าเรียนในห้องก็สำคัญต่อเกรดนะคร้าบ
และข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด: เพราะว่าฉันอยากให้นายกลับด้วย"
โธ่เอ๊ย ไอ้เนียนยามะ
ไม่เนียนเลยนี่หว่า
ขณะที่ศิษย์สำนักชิงุระโซเอ็นพล่ามอยู่นั้น ร่างบางแสร้งหันไปมองทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างบานใส ที่บัดนี้เกิดละอองฝนเกาะเต็มแผ่นกระจกจนภาพสนามโรงเรียนกลายเป็นสีเขียวเทามัวๆ แม้จะค่อนข้างเห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวแอบยิ้มบางๆ ให้กับความซื่อเกินเหตุของร่างสูง
"เออ เออ กลับก็กลับ ขี้เกียจฟังนายศาสตราจารย์สมองใสพล่ามเหตุผลงี่เง่าๆ หรอกน่า"
ได้ยินเช่นนี้ คนถูกชวนถึงกับยิ้มแป้นอย่างเริงร่า "งั้นฉันรออยู่ข้างล่างนะ" ก่อนจะวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งโกคุเทระไว้กับห้องเรียนที่ก้องไปด้วยเสียงฝนและความปลื้มใจเล็กๆ ที่อบอวลไปทั่วห้องที่ว่างเปล่า
....รู้จักทำตัวน่ารักก็เป็นนี่นา...
"ฉันไม่ชอบฝนเลย"
โกคุเทระบ่นขึ้นราวจะแข่งกับเสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นก้องไปทั่วถนน
"ฝนตกแล้วลำบากชะมัด จะกลับบ้านดีๆ ก็ไม่ได้ รถก็ติด อากาศก็เฉอะแฉะเหนียวตัว อารมณ์เสีย"
เบื้องหน้าชายทั้งสองเป็นทางเท้าที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำฝนราวกับใครสักคนกำลังร้องไห้อยู่บนฟากฟ้า...คงจะทุกข์ใจที่สุดจะพรรณนา...
ละอองฝนที่พร่างพรมลงมากับเม็ดฝนหยาดโตจำกัดทัศนวิสัยให้แคบลงจนทุกอย่างกลายเป็นสีเทา...ดูเหมือนความปรารถนาสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนท้องถนนจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการรีบกลับบ้านไปนั่งอยู่หน้าเครื่องทำความร้อนให้อบอุ่นเท่านั้น
แต่สรวงสวรรค์กลับกระหน่ำพิรุณให้ทวีความรุนแรงราวกับชิงชังโลกมนุษย์ที่แสนสกปรก ซ้ำยังโหมลมพายุให้พัดแรงเหมือนจงใจจะทำลายล้างโลกนี้ให้สิ้น
ต้องขอบคุณร่มของ 'วรุณ' ที่เป็นเหมือนเกราะศักดิ์สิทธิ์กำบังเม็ดฝนที่เตรียมจะจู่โจมมนุษย์ทั้งสองให้เปียกปอนไปเช่นคนอื่น...แต่ก็แทบจะเรียกได้ว่าอะไรใดๆ ที่อยู่ในรัศมีของร่มนี้แห้งสนิทเลยทีเดียว
"แหม ทุกอย่างมันก็ต้องมีดีในตัวมันเองล่ะน่า... เป็นฉันก็คงไม่อยากแข่งเบสบอลในวันฝนตกหรอก แต่อย่างน้อยฝนตกก็ทำให้ต้นไม้โตนะ..."
"แม่ฉันตายในวันที่ฝนตก" จู่ๆ ร่างบางก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เจือด้วยความโศกเศร้าอย่างปิดบังไม่มิด "แม่ตายในวันที่ฝนตก...พอฝนตกทีไร ฉันก็จะนึกถึงวันนั้นที่ฉันนั่งรอให้แม่มาหาท่ามกลางพายุฝนคนเดียว ก่อนที่จะรู้ว่าแม่ไม่มีทางกลับมาหาฉันอีกแล้ว...เพราะฉะนั้น..."
วรุณนึกอยากรวบร่างบางมากอดไว้ในอ้อมแขนเมื่อ 'ฝน' ในใจของลูกครึ่งอิตาเลียนเริ่มโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง แต่โดยที่ไม่คาดคิด โกคุเทระเองเป็นคนที่โผเข้าหายามาโมโตะพลางสะอื้นไห้ด้วยเสียงสั่นเครือ
"เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นในวันฝนตกทั้งนั้น...แม่ตาย...ฉันถูกทิ้ง...พ่อเอาทุกสิ่งทุกอย่างของฉันไป...อะไรๆ ก็หายไปในวันที่ฝนตกทั้งนั้น...ฉัน...เกลียดฝน...."
คนที่ถูกโผเข้ากอดถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามเรียบเรียงคำพูดอย่างยากลำบาก
"โกคุเทระ...เอ่อ..อย่างน้อย ฉันก็จะไม่มีวันหายไปจากนายหรอกนะ ไม่ว่าวันฝนตก หรือวันไหนๆ ก็ตามเถอะ...
เชื่อฉันเถอะ"
เพียงการตัดสินใจชั่วครู่ ยามาโมโตะทิ้งร่มคันใหญ่ลงบนพื้นที่เอ่อล้นด้วยน้ำฝนพลางประคองใบหน้าสวยของร่างบาง ก่อนจะบรรจงประทับริมฝีปากของตนลงบนของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ราวกับปลอบประโลมเด็กน้อยที่หลงทางท่ามกลางพายุที่โหยหาความอบอุ่นอย่างมาก...พิรุณได้ทีโหมกระหน่ำลงมาใส่คนทั้งสองประหนึ่งหมั่นไส้ปนริษยา ในเมื่อเกราะกำบังศักดิ์สิทธิ์ถูกยกเลิกลงไป ชายทั้งสองก็ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาผ้าที่ถูกทิ้งให้ตากฝนอย่างน่าสงสาร แต่สัมผัสหวานซึ้งที่ได้รับก็ทำให้ภายในหัวใจของวายุอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
"เมื่อกี้นาย..." โกคุเทระพึมพำช้าๆ หลังอีกฝ่ายปล่อยเขาออกจากพันธนาการที่หวานจับใจ ดวงตาคู่สวยประสานกันด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ก่อนร่างบางจะรีบตัดบทอย่างรวดเร็ว "เอ่อ ช่างมัน รีบกลับกันเถอะ...มันมืดจนไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว..."
"อือ"
แล้วเหตุการณ์ระหว่างเดินทางกลับก็ดูเหมือนจะเป็นปกติจวบจนต่างฝ่ายต่างแยกกันกลับบ้านของงตนไป
ถ้ามือของทั้งคู่ไม่ได้เกาะเกี่ยวกันอย่างอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บจากพิรุณเจ้าอารมณ์
"กลับมาแล้วนะพ่อ"
ศิษย์ชิงุระโซเอ็นทักทายบิดาบังเกิดเกล้าทันทีที่ผ่านประตูร้านซูชิที่เป็นบ้านของตนเข้ามาอย่างร่าเริง "วันนี้เป็นไงบ้างครับ?"
"ไหนว่าแกเอาร่มไปไง ทำไมกลับมาเปียกอย่างนี้ล่ะ?" ผู้พ่อไม่ตอบ แต่ชิงถามด้วยสงสัย "ไม่ใช่ว่าทำร่มหายหรอกนะ?"
"นิดหน่อยครับ" ร่างสูงตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ทำเอาอีกฝ่ายระบายลมหายใจด้วยความระอาลูกชายที่ดูเหมือนจะปิดบังอะไรอยู่ก่อนจะหันไปสนใจตระเตรียมปลาดิบชุดใหญ่ให้ลูกค้า
"เอ้อ...พ่อว่าพ่อชอบวันที่ฝนตกนะ ถึงมันจะเฉอะแฉะน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่ลูกค้าก็เยอะมากๆ เลย ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือขอบคุณฝนดีนะ"
"นั่นสิเนอะ วันฝนตกมันก็ไม่ได้เแย่ไปซะทีเดียวหรอก
มันดีจนเกินจะบอกกล่าวเลยล่ะ"
เธอก็คงคิดอย่างนั้นใช่มั้ย?
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
