Trip

079 ★ เธอได้หวนคืนกลับมา

posted on 20 Jun 2009 19:41 by blackberry  in Trip



PROLOGUE: we look forward to 'her' next return =)
best viewed at 1024*768 pixels and with FIREFOX.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

You could see that the blog looks different...
Although it's not actually a brand new look
cuz this is taken from her current hi5 skin
and 'She' managed to apply it on exteen


but she could say that it is a NEW theme,
couln't she?


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สวัสดีค่ะ...
ก่อนอื่นต้องขอแจ้งให้ทราบก่อนว่า
เด็กหญิงที่ไปสัมผัสชีวิตแบบบริสเบนๆ ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว
เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมาพร้อมกับน้ำหนักที่ขึ้นมามหาศาลและสารพัดของกุ๊กกิ๊ก
โดยไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใดๆ 55555555555
แค่ก...เชื่อใจเทอร์โมสแกนที่สุวรรณภูมิเถ๊อะ~ *w*

หลายท่านอาจจะแปลกใจ
ที่เธอเพิ่งจะมารายงานการกลับคืนสู่แผ่นดินเกิดของเธอเอายามนี้
เธอมีข้อแก้ตัวอันเหมาะกับสภาพชีวิตเด็ก ม.5 อย่างดี
ทั้งความหนักหนาสาหัสของการบ้านและบทเรียน
แม้จะมีบางคนแย้งว่ายังเห็นเธอออนไลน์ใน MSN แทบทุกวัน
แต่หารู้ไม่!!! เธอเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ แต่เพื่อนแต่ละคนไร้ซึ่งความสนใจในตัวเธอ
เธอจึงออนไลน์ แค่บอกให้โลกรู้ว่าเธอยังมีตัวตนอยู่ (จริงๆ นะ)

จะอะไรก็ช่าง
เอาเป็นว่าเธอกลับมาแล้ว
แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าเธอจะกลับมาเขียนอะไรที่นี่
อีกเมื่อไหร่ ในเรื่องใด ทำไม ฯลฯ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ก็อยากจะเขียนถึงสิ่งที่ได้ไปประสบพบเจอมาอย่างรวบรัด
คงไม่อยากพูดถึงรายละเอียดอันยืดยาว
แต่อยากจะพูดถึง ประเด็นสำคัญๆ ที่ประทับใจ
เป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ที่หากยังยืนอยู่ที่เดิม
อาจจะใช้เวลานาน ที่จะได้เรียนรู้สิ่งนั้น
มากกว่าการวิ่งเข้าไปหามันเอง

1) ใช้เวลาอย่างคุ้มค่าใน 'วันนี้'
เพราะบางครั้งอาจจะไม่ได้หวนคืนไปยังสถานที่ใดที่ได้มาวันนี้
อาจจะไม่ได้พูดคุยกับใครที่พบในวันนี้อีก
ฉะนั้นอยากทำอะไร ให้รีบทำ

คิดดูสิ แม้แต่พรุ่งนี้ก็อาจจะไม่มาถึง สำหรับคนบางคน...

ตอนที่อยู่บริสเบน
เชอรี่ได้ลองทำอะไรมากมาย ที่แน่ใจว่าอยู่ที่เมืองไทยจะไม่ได้ทำ
เช่นอาหาร (ตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น!!!)
ว่ายน้ำ เล่นกีฬา เดินชิวบนถนน เรียนวิชาที่อยากจะเรียน ถ่ายรูป
อ่านหนังสือที่หาที่เมืองไทยไม่ได้ เล่นเกมทุกๆ อย่าง ไปดูธรรมชาติแปลกๆ
และที่สำคัญคือฝึกภาษา: พูดคุยกับทุกคนที่พูดได้ ตั้งแต่คนในบ้าน เพื่อนบ้าน
เพื่อนที่โรงเรียน ครูบาอาจารย์ แคชเชียร์ในร้าน (แคชเชียร์ที่นี่น่ารักค่ะ ชอบทักทายลูกค้า
แม้บางคนมันจะรัวออสเตรเลียนจ๋าจนตูฟังไม่ทัน ="=)

พอกลับมานึกดูแล้วมันคุ้มค่าเวลาเรียนพิเศษที่เสียไปตั้งเดือนหนึ่งเลยทีเดียว

One life, live it!!!
Don't miss a chance to enjoy your day.


2) ตัดสินใจให้รอบคอบ และเป็นคนช่างสังเกต
มีครั้งหนึ่งที่ไปเที่ยว Gold Coast สถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับโลก
ที่เป็นที่เลื่องลือในความสวยงามของชายหาดและท้องทะเลที่เล่นเซิร์ฟได้มันสุดๆ! :D
มีร้านรวงที่ขายของที่ระลึกมากมาย (ส่วนใหญ่ก็ Made in China นั้นแล~)
ด้วยความไร้เดียงสา นางสาวเชอรี่แทบจะกระโจนใส่ร้านแรกที่เจอ
แต่ด้วยคำแนะนำจากเจ้าถิ่นว่าเดินให้ทั่วก่อน แล้วจะเจอร้านที่ถูกลงเรื่อยๆ
เชอรี่ทำตามคำแนะนำนั้น และก็พบว่ามันมีอยู่จริง!
ดังนั้นแทนที่จะเสียเงินไปกับร้านแรกๆ ที่อาจจะราคามหาโหดเมื่อเทียบกับร้านสุดท้ายในย่านนั้น
เสียเวลาเดินสักนิด สังเกตอะไรในร้านและเปรียบเทียบเรื่อยๆ
ก็คงจะเป็นการคุ้มค่าราคาเงินได้โข

{เรื่องโง่ๆ ของเชอรี่:
หลวมตัวซื้อทไวไลท์ที่ QBC มาเล่มละ 25 เหรียญ
โดยไม่สังเกตว่า K-Mart มีขายในราคาเล่มละ 16 เหรียญ OMG =[]=;!!!!}


และยังมีเรื่องโง่บนเรื่องฉลาด
เชอรี่ตามหาหมวกแบบคุณโยอิเตะ ณ ราชันย์นินจาอย่างบ้าคลั่งในทุกๆ ร้านแฟชั่นที่เดินผ่าน
มาตั้งแต่วันแรกที่มาถึงออสเตรเลีย...


มิโยอิสเรียลลลล >_<"

 ....ซึ่งจำได้ว่ามาเจอเอาในวันสุดท้ายก่อนจะกลับ (ฮึ่มมมม!)
ซึ่งมันก็คือห้างแรกที่ตูไปนั่นเอง =[]=; แผนกเดียวกันด้วยยย
แต่คือเอากลับมาไม่ได้เพราะตังค์หมดแล่ววว~

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเชอรี่ควรจะเป็นคนช่างสังเกตมากกว่านี้
และใช้เงินให้ประหยัด -_-"

หมายเหตุ: หมวกแบบนั้นเรีกยว่า Basic Baker Cap
ราคาราวๆ สิบห้าเหรียญ ที่ห้าง K-mart @ Westfield เขต Chermside, Brisbane ฮ่ะ


3) อย่ากลัวที่จะผูกมิตร และอย่าตั้งกำแพงอคติให้สูงนัก
ที่โรงเรียนที่เชอรี่ไปศึกษาอยู่นั้น มีทั้งมนุษย์ชาวเอเชียและมนุษย์ออสเตรเลียน
เอาเป็นว่าพูดถึงมนุษย์เอเชียในโรงเรียนแรก (Nudgee Ibternational College) ก่อนแล้วกัน...
ส่วนมากแล้วถ้าไม่ใช่เพื่อนมัน มันก็จะไม่แคร์สื่อเท่าไหร่
ทำเอาเพื่อนร่วมเดินทางของเชอรี่บ่นอุบว่า 'แม่ง พวกห่านี้หยิ่งชิบหายเลย'
และลงเอยที่ว่าไม่สนใจจะพูดคุยกับเพื่อนร่วมโรงเรียน
*คำหยาบคาย: เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรมีผู้ปกครองแนะนำอย่างใกล้ชิด*
แต่เชอรี่คิดว่า ถ้าไม่วิ่งเข้าหาโอกาส แล้วโอกาสจะวิ่งเข้าหาเราไหม?
เชอรี่ยอมสละเวลาพักเที่ยงวันหนึ่งไปทักทายมนุษย์บางคน
และได้รับการตอบรับที่ใช้ได้ ก็ถือว่าก็ยังมีความเป็นมิตรอยู่ในตัวพอสมควร
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการขอภาพถ่ายและข้อมูลการติดต่อกลับก็ตาม
(แม่ง พวกห่านี้หยิ่งชิบหายเลย 555555555)

แต่จากเหตุการณ์นี้มันก็ทำให้เชอรี่ได้เรียนรู้อะไรมากมาย
โดยเฉพาะหนุ่มเวียดนามน่ารักโคตร~ *[]*
ต้องหนุ่มแว่นนักปิงปองคลั่งอดิดาสกางเกงขาสั้นคนนั้นด้วยนะ *w*


สำหรับโรงเรียนที่สอง (St. James' College)
ขึ้นชื่อในความบ้าอันไร้ขีดจำกัดของเด็กนักเรียน t(-_-")t
มีมนุษย์ชาวไทยอยู่ตั้ง 1 คนแน่ะ!!!! ปัจจุบันก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม
สำหรับมนุษย์ชาวออสเตรเลียนและชาติอื่นๆ ในโรงเรียน
พบว่าเป็นมิตรมากจนน่าประหลาดใจ
(เจอมนุษย์บ้าบลีชด้วยค่ะ กรี๊ดกร๊าด~ โม้กันสนุกสนานทีเดียว
แวมไพร์ไนท์ก็มีล่ะ นารุโตะก็มีล่ะ ฯลฯ
รีบอร์นหายไปไหนไม่รู้ ฮ่วย เซ็งเป็ดดดด!!!)


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่ากลัวที่จะเข้าไปผูกมิตรกับใคร
อย่างน้อยก็ได้รู้จักคนหลากหลายขึ้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างไป
(บัดดี้ของเชอรี่เป็นมนุษย์ที่เหมือนจะมาจากฝรั่งเศสหรือรัสเซีย อะไรเทือกๆ นั้น :)
แต่ก็เลือกคนหน่อยนะ เช่นไป make friends กับพวกกุ๊ยข้างถนนก็ไม่คิดว่าสมควรเท่าไหร่ -_-"


4) มีมารยาท และเป็นคนตรงเวลา
อันนี้ไม่ต้องพูดมากเนอะ :)
อย่างที่รู้ๆ กันว่าชนชาติฝรั่งเป็นชนชาติที่ให้ความสำคัญกับเวลามาก
เพราะเขาจะวางแผนไว้แล้วว่า ชั่วโมงนี้ทำอะไร กี่โมงๆ จะทำอะไร
ถ้าเราพลาดหรือเสียเวลาไปสักนิด แผนจะรวนหมดเลย
มันเป็นอะไรที่วุ่นวายมากเลยฮ้าาา~
ฉะนั้นเราคนไทยก็ควรจะเอาข้อดีตรงนี้มาใช้ด้วย

หมายเหตุ: แต่ตูก็ยังตื่นไม่ทันเรียนพิเศษเจ็ดโมงครึ่งอยู่ดี ="=
เห้ย แต่ไปโรงเรียนทันนะเฟร้ย~


5) อย่าอายที่จะแสดงความเป็นไทย

เชอรี่เคยคิดอย่างนั้นก่อนไป...

โอ๊ยยย รำไทย กูทำไม่สวย!!!!
กูจะทำเหี้ยอะไรดี กับข้าวแม่งก็ทำไม่ค่อยเป็น
เล่นดนตรีแม่งไม่เป็นจริงๆ เลย
เปียโนกูยังลืมวิธีเล่นไปแล้ว -_-"
อ๊าก สาดเอ๊ย กูมันแย่ กูแพ้เด็ก ม.4 ~~~
(ไม่ใช่แล้วๆ)

แต่พอไปถึงแล้ว แค่รำไทยแบบง่อยๆ ไปเขาก็ประทับใจมากจริงๆ
แค่จัด display room แบบไทยๆ นิดหน่อยเขาก็ชื่นชมกันมาก
แค่เล่นดนตรีไทยนิดหน่อยเขาก็ทึ่งแล้ว
แค่ทำอาหารไทยนิดหน่อยเขาก็ชมเปาะว่าอร่อยสุดยอดดด!
(พยายามไม่คิดว่าเป็นการชมตามมารยาท
มันรู้สึกได้จริงๆ ว่าเขาชอบมากๆ!)


ณ จุดนี้จึงได้เห็นว่า
อะไรไทยๆ ที่มันดีน่ะ มันน่าภูมิใจจริงๆ นะคะ
วิถีแบบไทยๆ บางอย่างเขาก็ชื่นชมกันมาก
เช่นความเคารพจงรักภักดีของชาวไทยต่อราชวงศ์ไทย
ความอ่อนน้อมต่อผู้อาวุโส ศาสนาพุทธ ฯลฯ
ยิ่งอาหารไทยยิ่งสุดยอดดด~ มีชาติเอเชียอย่างเราๆ นี่ล่ะค่ะที่อาหารรสจัดแซบถึงทรวงจริงๆ
ชนิดที่ว่ากินไปน้ำหูน้ำตาไหลไป T^T

รักษาความเป็นไทยกันไว้นะคะ :)


6) เอาใจเขามาใส่ใจเรา และเป็นคนมีเหตุผล
อันนี้ก็ไม่ต้องพูดมากเนอะ :P
จะเห็นว่าเมืองนอกมีกฏหมายที่บางครั้งมันดู silly มากๆ
แต่มันก็มีเหตุผลของมันเอง เช่นห้ามเด็กอายุต่ำกว่าเท่าันั้นเท่านี้อยู่บ้านตามลำพัง
เพราะกลัวว่าเด็กจะได้่รับอันตราย ต้องมีผู้ปกครองอยู่ด้วย
ห้ามไปเยี่ยมบ้านเขาก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน
เพราะถ้าเราเกิดอุบัติเหตุในบ้าน เราสามารถฟ้องเจ้าของบ้านได้
อะไรแบบนี้เป็นต้น
[อันนี้โฮสต์เล่าให้ฟัง :]

บางครั้งเหมือนชนชาติฝรั่งมันเถียงกัน ทะเลาะกันเหมือนบ้านเรา
แต่มันก็มีเหตุผลนะ พอทะเลาะเสร็จมันจะไม่เก็บมาคิดต่อ
จบคือจบ ไม่เหมือนคนไทยบางคนที่ทะเลาะไม่ยอมเลิก อุ๊บส์!

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ยังมีอีกมากที่นึกไม่ออก
แต่ถ้านึกออกแล้ว สัญญาว่าจะเอามาเพิ่มเติมเรื่อยๆ

ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล
ต้องรบรากับบทเรียนในวันรุ่งขึ้น
ฉะนั้นจักขอลา...

ขอพลังแห่งโอตากุจงเป็นของท่าน :)
สวัสดีค่ะ


ปล. ติชมธีมใหม่ของหนูด้วยค่า~
สงสัยมั้ยว่าทำไมธีมที่ 11 จึงเป็น 18
เพราะธีมที่ 12 จะเป็นอะไรที่มากกว่า 18....

แฮ่ :D